Article

สวัสดีทุกท่านครับผม เอนทรี่แรกแห่งปี 2555 Embarassed
 
สาเหตุที่ห่างหายไปนาน อย่างนึงเป็นเพราะว่ารอให้หมดช่วงเทศกาลปีใหม่ใน exteen จบก่อนครับ จะได้สรุปยอดการ์ด

ส่วนอีกสาเหตุนึง เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังในตอนท้ายๆ ครับ Cry
 
ไม่พูดพร่ำทำเพลงมาก แปะงานเลยละกัน
 
รูปแรก เป็นรถโตโยต้า ไฮลักซ์ ไมตี๊เอ็กซ์ โฉมแรกที่ทำตลาดในเมืองไทยครับ(สังเกตุจากกระจังหน้า)
ต้นแบบเป็นรถของพี่คนนึง ที่รู้จักกันผ่านคลับอิตาฉะไทยครับ ติดใจรถพี่แกเลยวาดให้รูปนึง Embarassed
 
หลังๆ ติดใจวาดรถแบบ SD มากครับ เพราะไม่ต้องมานั่งคำนึงถึงความสมส่วน(ฮาCry)
 
อนึ่ง พี่เค้าชอบเล่นจิมคาน่า และเคยพาเจ้านี่ไปลงสนามมาแล้วด้วย เลยวาดตอนกำลังแข่งอยู่ให้ครับ
 
(ป้ายทะเบียนต้องขอเซ็นเซอร์ไว้ เพราะเอามาจากของจริงครับ Cool)
 
ความเปลี่ยนแปลงอีกอย่างคือ นี่เป็นรูปรถรูปแรก ที่วาดบนกระดาษแล้วลงสีด้วย Sai ล้วนๆ 100% ครับ
(เมื่อก่อนนี้ จะใช้เครื่องมือ Path ใน PS ลงสีครับผม)
 
รูปสอง เป็นงานดราฟรูปถ่ายแล้วเอามาแปลงเป็นรูปการ์ตูนครับ ต้นแบบคือเพื่อนที่ ม. คนนึง

 
รูปสาม เป็นงานเทรด(แลกเปลี่ยน)กับพี่หอยจี่ จากเว็บคาระฯครับ
 
ในรูปคือโฮซึกิ มาสคอตร่างหญิงของพี่เค้าเอง ขี่ Honda VFR 800 ปี 2005 และถือปืน Desert Eagle ปืนโปรดของพี่เค้า

ที่ให้หนีตำรวจก็เพราะว่า ในเว็บคาระฯ พี่หอยแกจะโดนล้อว่าเป็นโจรบ่อยๆ นั่นเอง Cry
 
(รถที่วิ่งตามหลังคือ Ford Crown Victoria ครับ เป็นรถที่ตำรวจอเมริกาสั่งซื้อไปใช้เป็นรถตำรวจอยู่ในตอนนี้)
 
มีเล่าเรื่องประกอบภาพนิดหน่อย กดเข้าไปอ่านที่รูปละกันนะครับ Embarassed
 
 
รูปสี่ งานเทรดกับเนอร์วานจัง จากคาระฯเช่นกัน
 
เจ้าตัวบอกให้วาดมาสคอตตัวเองคู่กับมาสคอตผม ที่เหลือเพิ่มเติมตามใจชอบ เลยวาดในคอนเซ็ปนักเรียนนักศึกษาไปให้ครับ

เอาตามอายุจริงเลย เนอร์วานเค้าอยู่ ม.3 ผมอยู่มหา'ลัย เลยให้ใส่ชุดตามจริง(ดูขัดแย้งกันมั้ยหว่า?Cry)
 
มีเล่าเรื่องประกอบภาพเช่นกัน กดที่รูปเลยครับผม Embarassed
 
 
รูปที่ห้า งานเทรด(อีกแล้ว ช่วงก่อนหน้านี้ขยัน Cry) กับบราวนี่คุงเจ้าเก่า จากเว็บคาระเช่นเคย
 
เจ้าตัวขอมาสคอตตัวเอง กับท่านคามินะ จากเรื่องกุเรนลากันน์ครับผม
จะวาดมาสคอตตัวผู้คู่กับคามินะ แล้วทำท่าซึ้งๆสไตล์ลูกผู้ชาย มันไม่ใช่แนวผม Cry (ไม่ถนัดวาดผู้ชายด้วยแหละFoot in mouth)
 
เลยเอามาสคอดตัวหญิงดีกว่า =w=
 
 
 
(อย่าแปลกใจว่าทำไมแต่ละรูป BG มันสิ้นคิดเหลือเกิน ผมคิดไอเดียไม่ออกครับ Undecided)
 
 
รูปหก งานปาดเล่นๆ ออกมาเป็นเรือ 1 ลำ
เรือ Skagastol เรือข้ามฟาก(เฟอร์รี่นั่นแหละ ความจริงลำนี้มีระวางจอดรถด้วย แต่รู้สึกจะทำเป็นห้องพักผู้โดยสารไปแล้ว)
สัญชาตินอร์เวย์ ต่อขึ้นในปี 1970 ปัจจุบันใช้เป็นเรื่อนำเที่ยวล่องฟยอร์ด
 
 
คุ้นๆ กันมั้ย? ถ้าจำไม่ได้ นี่เลย >> http://i257.photobucket.com/albums/hh201/tharitkung/1666b50e.jpg
 
 
รูปเจ็ด ลองหยิบเอาลูกสาวสองคน หนูเภากับโนโตะ มาวาดโปรไฟล์ใหม่ดู (ไม่ได้วาดสองคนนี้มานานมาก Foot in mouth)
 
โดยเฉพาะโนโตะ เลื่อนผมลงมาปิดเหม่งมากกว่าเดิมหน่อย
 
 
(A กับ B+ นั่นเป็นไซส์หน้าอกโดยประมาณนะครับ Cry )
 
 
สุดท้าย สาเหตุของการอู้ยาวต่ออีกเป็นอาทิตย์ บอกเล่าได้ด้วยรูปนี้ครับ

 
ติด PSP งอมแงมครับ รูปนี้ก็เพิ่งวาดเอาหลังจากที่พามือตัวเองถอยห่างจากเครื่อง PSP มาจับเมาส์ปากกาได้
 
แล้ว PSP มาจากไหน? ซื้อใหม่เรอะ? ม่ายยย จขบ. ไม่ได้มีตังเหลือพอที่จะซื้อเครื่องใหม่หรอก มือสองยังลำบากเลย
 
เรื่องมันเริ่มมาจากงาน Thailand Game Show วันสุดท้าย (15 ม.ค.) ครับ
 
ณ บูธของบริษัท 7Zeed ผม(ซึ่งไม่ได้เล่นเกมออนไลน์อะไรเลย)กับเพื่อนอีก 2 คน พากันไปยืนสลอนหน้าเวที เพราะเห็นเค้าจับรางวัลแจกกัน
 
แล้วก็มาถึงช่วงที่ลุงอ้วนแดง (คนดังในวงการเกมออนไลน์ใช่มั้ยครับ? ผมเป็นคนนอกวงการ ใครรู้ช่วยชี้แจงด้วยนะครับ Embarassed) กำลังหาผู้โชคดีที่จะได้เครื่อง DS ไปเลี้ยงดูต่อ 
 
(อ้าว? ไหงเป็น DS ล่ะ?)
 
เดี่๋ยวสิ เล่าให้จบก่อน Cry
 
ควานหาจากบัตรเติมเงินเกมแล้วก็ยังไม่ได้ จึงสรุปที่ว่า แบงค์ยี่สิบของใคร ที่รหัสมีเลข 7 มากที่สุด รับไปเลย!
 
แล้ววันนั้นก็ดันโชคดี มีแบงค์ยี่สิบที่มีเลข 7 ถึง 5 ตัว Sealed
 
(ต้องขอบคุณแคชเชียร์ฟู้ดคอร์ทที่ไบเทคจริงๆ ที่ทอนแบงค์นี้ให้ผมมา Cry)
 
มีรูปหลักฐานด้วย (เซ็นเซอร์นิดนึง =w=) (เครดิตอยู่ในรูปครับ)
 
 
ตอนขึ้นเวทีรีบมาก ขนาดหอบขวดน้ำติดมือไปด้วยเลย Foot in mouth
 
ได้มาแล้วก็ดีใจ รีบไปซื้อของใส่ให้พอเล่นได้ ในวันต่อมาทันที
 
 
พอเอามาเล่นได้วันสองวัน รู้สึกว่ามันไม่ใช่แฮะ (ปกติจะชอบเกมแนวเรซซิ่งกับแนวริทึม ซึ่งเครื่องDS มันไม่ค่อยมีเกมแนวนี้เจ๋งๆ ออกมาซะด้วยสิ)
 
ประกอบกับเพื่อนใน ม.พากันหิ้ว PSP กันเต็มไปหมด แถมเล่นโปรเจคดีว่ายั่วเราอีก ไอ้เราก็อยากเห็นมิกุเต้นบนมือมั่ง เลยขายให้รุ่นพี่ในคณะไปคนนึง แล้วเอาตังที่ได้ บวกเพิ่มนิดหน่อย ไปสอย PSP มือสองมาเครื่องนึงครับ
 
 
เดิมเครื่องเป็นสีดำครับ แต่เอาไปเปลี่ยนกรอบ(ของเดิมสีลอก+ความอยากแนว) เป็นสีแดงไวน์องุ่น ปุ่มเป็นสีดำของเดิม
 
สถานะตอนนี้ : กินมาม่าเป็นหลัก เนื่องจากไปงานTGS ซื้อเสื้อ แถมซื้อกรอบ PSP อีก บัญชีเลยติดตัวแดง Undecided
 
 
ยังมีบางภาพที่ลงในคาระแล้วไม่ได้เอามาแปะที่บล็อก เพราะเป็นมุกวงใน และบางภาพก็ติดเรทนิดหน่อย ถ้าใครอยากดูก็ตามไปดูที่เว็บคาระเอาเองละกันนะครับ Embarassed
 
แถมท้าย การ์ดที่ได้ในปีนี้ครับ ถือว่าเยอะขึ้นมากถ้าเทียบกับปีก่อน (มี2-3 ใบเองมั้ง)
 
(ตัวเลขแจ้งว่า 14 ใบนั้น เป็นที่ผมทดสอบส่งให้ตัวเองซะ 4 ใบครับผม)
 
 
แล้วพบกันใหม่เอนทรี่หน้า เมื่อผมมีงานมาเทกระจาดอีกครั้ง หรือเมื่อมีเรื่องมาบ่นมาโม้ให้ฟัง Cry
 
เอนทรี่นี้ลาไปก่อน สวัสดีครับ Embarassed
พอดีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แม่ขึ้นมาหาที่กรุงเทพฯครับ พร้อมทั้งให้พาไปซื้อกล้องตัวใหม่ที่พันธุ์ทิพย์

เลยลองขอเล่นๆดูว่า ขอเมาส์ปากกาถูกๆซักชุดได้มั้ย? แล้วก็ได้จริงๆ Wink
 
เลยของบสองพัน จัด Lapazz H850 มา 1 ea ครับ

ได้มาราคา 2150 บาท จากพันธุ์ทิพย์งามวงศ์วาน (ถูกกว่าซื้อศูนย์อยู่สี่ร้อยบาท Sealed)

กล่องครับ เกือบๆจะดูดี


ตัวกระดาน

ในกล่องจะมี
1.ตัวกระดาน
2.ปากกา2ด้าม
3.หัวปากกาสำรอง 3 หรือ 4 อันนี่แหละ จำไม่ได้ละ Kiss
4.ถ่าน AAA 2 ก้อน ไว้ใส่ปากกา
5.แผ่นไดรเวอร์
6.แท่นวางปากกา
 
ตัวกระดาน มีพื้นที่วาดรูปอยู่ 8x5 นิ้ว แต่ขอบหนาออกมามาก ทำให้ดูใหญ่ Foot in mouth
 
ลองใข้ดูซักพัก ก็ใช้ได้ดีอยู่ แต่ไม่รู้ว่าถ้าเทียบกับวาค่อมแล้วเป็นไงมั่ง เพราะไม่เคยเล่น
 
ที่จะติก็มีอยู่ 2 ที่หลักๆ คือ
 
1.ด้ามปากกาดู Look cheap มาก วัสดุนี่ประมาณดินสอกดอันละ 15 บาท แถมต้องใส่ถ่าน
แต่ใช้งานได้ดีอยู่ รับน้ำหนักมือได้ เคอร์เซอร์นิ่ง ไม่เพี้ยน
 
2.ปุ่มคีย์ลัดขาวๆ ด้านข้าง แข็งไปหน่อย และถ้าคนถนัดซ้ายมาใช้ มีปัญหาแน่นอน
 
นอกนั้นต้องรอดูในระยะยาวครับ Cool
 
แล้วก็วาดลองปากกานิดหน่อย(PS CS5 ครับ)
 
ภาพแรก ยังไม่ชินมือเท่าไหร่
 
ภาพสอง ลองวาดโมรุโมะดูหน่อย เริ่มจับทางเมาส์ปากกาได้ละ
 
ภาพสาม....
 
ภาพสี่ ลองดราฟรูปถ่าย มอไซค์ Choi nori จากเอนทรี่ที่แล้วดู
 
อันนี้เล่นมุกวงในกลุ่มเพื่อนที่วาดรูปเหมือนกันครับ เพราะเวลาหัดวาดบางที หน้าคนจะออกมาเหลี่ยมๆผิดธรรมชาติ

*หมายเหตุ จขบ.เป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดนะจ๊ะ ห้ามต้มมาม่าเด็ดขาด
 
จริงๆมีอีก แต่ติดเรทไปหน่อย ไม่เอาลงดีกว่า Kiss
 
ต่อมา ลองวาดใน SAI ดู

SAI ลื่น+จับน้ำหนักปากกาดีกว่า PS เยอะครับ แต่ยังไม่ชินเครื่องมือเท่าไหร่
 
ดูๆแล้ว สำหรับผม น่าจะเหมาะไว้ร่างภาพ หรือลงสีส่วนใหญ่ แล้วเอาไปแต่งเพิ่มใน PS อีกทีมากกว่า
SAI อีกรูป ร่างเล่นๆ ออกมาเป็น เมโทรบัส สาย 35-1

สุดท้าย วาดเมื่อคืนก่อนสอบย่อยเขียนโปรแกรมครับ อ่านหนังสืออยู่ดีๆ ได้อาเบะมา 1 นาง....
 
 
 
เหมือนเดิมครับ ถาม,ติชม,วิจารณ์ได้เต็มที่ จขบ.อีโก้ต่ำครับ Embarassed

พบกันใหม่เอนทรี่หน้า สวัสดีครับ Cool

edit @ 22 Sep 2011 13:54:30 by ทาริดคุง

บังเอิญได้ไปอ่านเจอมาจากเว็บพันทิป ดังนั้นผมขออนุญาติคัดลอกข้อความ+รูปประกอบ มาใส่ไว้ในบล็อกเพื่อให้ทุกท่านได้อ่านกันนะครับ
 
กระทู้แตกประเด็น>>http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A10610389/A10610389.html
 
เขียนโดย คุณ norimishi
.
.
.
 
 
      เสียงเพลงแห่งกำลังใจจากลุงคนหนึ่งซึ่งร้องผ่านไมค์ ยังคงกังวานก้องอยู่ในหัว “ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา โอกาสของผู้กล้า….” เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสไปเดินเล่นที่สวนรถไฟกับแฟน ก่อนที่เราจะไปเดินต่อกันที่สวนจตุจักรก็บังเอิญเจอกับอาคารขนาดใหญ่หลังหนึ่งภายในสวนรถไฟนั่นเอง

       ภายในอาคารมีหัวจักรและโบกี้รถไฟขนาดใหญ่มองเห็นเด่นชัดก่อนใคร ด้วยความที่ผมอยากรู้จึงชวนแฟนแวะเข้าไปดู เมื่อเดินเข้าไปเราก็พบว่าที่นี่ต้องเป็นพิพิธภัณฑ์รถไฟแน่แท้ เพราะภายในนี้เต็มไปด้วยรถไฟและสิ่งของต่างๆที่เกี่ยวกับรถไฟมากมาย รวมทั้งหลักศิลาที่รัชกาลที่ ๕ ทรงเปิดสถานที่แห่งนี้ ระบุว่าสถานที่แห่งนี้คือ สถานีปลายทางของรถไฟสายปากน้ำ ซึ่งเป็นสถานีรถไฟสายแรกของประเทศไทย  อีกทั้งเมื่อมองตามรางรถไฟออกไปทางด้านนอก ก็ยังพบกับร่องรอยของทางรถไฟที่มีพื้นคอนกรีตทับอยู่จนเลือนรางไปเกือบหมด สิ้น

       ผมกับแฟนตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่เห็นเป็นอย่างมาก แม้สิ่งของภายในอาคารจะมีฝุ่นจับ ดูไม่สะอาดตาเหมือนพิพิธภัณฑ์ทั่วไปที่มักได้รับการดูแลอย่างดี แต่สิ่งที่ถูกเก็บไว้ในอาคารหลังนี้ ล้วนสวยงาม น่าชม และมีมนต์เสน่ห์ตามแบบของของโบราณ ทั้งหัวรถจักร ตู้โดยสารที่   ได้รับการตกแต่งภายในฟอร์นิเจอร์อารมณ์ย้อนยุคย้อนสมัยที่หาดูไม่ได้ในรถไฟ ปัจจุบัน ทั้งอุปกรณ์ตกแต่งและวัสดุที่ใช้ ภาพวาดคำเตือนระวังรถไฟที่สะท้อนวิถีชีวิตชาวนาของคนไทย ป้ายตัวอักษร ทุกสิ่งทุกอย่างที่เก็บไว้ภายใต้อาคารหลังนี้ ต่างพยายามบอกเรื่องราวย้อนผ่านกาลเวลาไปในสมัยบรรพบุรุษของเราเป็นร้อยปี ภายในอาคารยังมีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นสองคนกำลังบันทึกภาพอย่างสนอกสนใจ ซึ่งทำให้ผมเองอดปลื้มใจไม่ได้ที่เรามีของที่สวยงามและมีคุณค่าไว้อวดชาว ต่างชาติได้

          เราเดินลึกเข้าไปดูด้านในเรื่อยๆ สักพักก็ได้ยินเสียงประกาศผ่านไมค์ “ขอให้ทุกท่านที่มาเที่ยวในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ถ้านำกล้องติดตัวมาด้วย กรุณาถ่ายรูปเก็บเอาไว้ เพราะอีกไม่นาน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ อาจจะไม่เหลือให้พวกท่านได้เห็นอีกแล้ว”
 
         ผมหันไปตามเสียงของผู้ประกาศด้วยความแปลกใจ เพราะส่วนใหญ่พิพิธภัณฑ์ที่ไหนทั้งในไทยและต่างประเทศ มักจะมีข้อห้ามเราถ่ายรูปหรือจับต้องสิ่งต่างๆกันทั้งนั้น แต่นี่ในพิพิธภัณฑ์ประกาศให้เราถ่ายรูปเก็บเอาไว้และแนะนำให้สัมผัสตักตวงความทรงจำของที่นี่เอาไว้ให้เต็มที่

        ผู้ประกาศเป็นชายสูงวัยตัวเล็กๆคนนึงที่พูดด้วยเสียงสั่นเครือฟังดูอัดอั้นตันใจอย่างที่สุดจะบรรยาย “ เนื่องจากทางการรถไฟไม่มีงบประมาณที่จะดูแลสถานที่แห่งนี้ อีกทั้งผมเองซึ่งขันอาสาดูแลพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มายี่สิบเอ็ดปี ได้ทำผิดสัญญาเนื่องจากเอาของมาขาย เพราะสัญญาของการรถไฟระบุว่าทางรถไฟไม่มีงบให้ดูแล หากผู้ใดมาดูแลจะต้องใช้งบส่วนตน และห้ามนำของเข้ามาขาย ซึ่งสิ่งที่คุณลุงขายนั่นก็คือ..น้ำในตู้เย็น!? (ผมหันไปดู มีเพียงตู้โค้กเก่าๆหนึ่งตู้ แบบเดียวกับที่เราเคยเห็นในร้านโชว์ห่วย) และคุณลุงกล่าวต่อไปว่า การที่ผมยอมรับที่ทำผิดสัญญาโดยเอาของมาขายนี้ ทำให้ทางการรถไฟจะขอคืนอาคาร แต่ด้วยการที่ผมดูแลสถานที่แห่งนี้สิ่งที่อยู่ในนี้มายี่สิบเอ็ดปี จึงจะขอซื้อของที่มีทั้งหมดไว้สำหรับทำพิพิธภัณฑ์ให้ลูกหลานชาวไทยได้เห็นอดีตอันรุ่งเรืองของตน แต่ทางการรถไฟได้แจ้งว่า ส่วนหัวรถจักรหากจะซื้อได้ ระเบียบการมีทางเดียวเท่านั้นคือตัดเป็นเศษเหล็กขาย และถ้าหากไม่มีผู้ใดซื้อ เมื่อคืนอาคาร ทางการรถไฟก็จะตัดเป็นเศษเหล็กขายอยู่ดี (!?)  ดังนั้นแล้ว ขอให้ผู้มาเยี่ยมชมทุกท่านที่นำกล้องมาโปรดบันทึกภาพไว้ด้วยก่อนที่จะไม่ได้เห็นอีก”
 
 เสียงดนตรีเพลงไทยเดิมก็บรรเลงขึ้นผมกับแฟนมองหน้ากัน เรามองไปที่ลุง แล้วก็รีบหยิบกล้องออกมาถ่ายภาพกันอย่างเงียบๆ พร้อมคำถามในใจ “สมบัติล้ำค่าที่ควรถูกส่งทอดต่อไปยังคนรุ่นหลังเหล่านี้..กำลังจะกลายเป็นเศษเหล็กอย่างนั้นหรือ?” ..จากความตื่นตาตื่นใจกับสิ่งต่างๆที่อยู่ตรงหน้าเมื่อครู่ กลับกลายเป็นความรู้สึกเป็นห่วง..ทั้งๆที่ผมเพิ่งเคยเดินเข้ามาดูเป็นครั้งแรก ต่างกับคุณลุงที่อยู่ดูแลสิ่งเหล่านี้ด้วยความผูกพันมากว่ายี่สิบปี

     เราเดินสังเกตุและเก็บเกี่ยวสิ่งต่างๆทั้งสนใจทั้งเสียดายอยู่นาน สักพักลุงก็เดินเข้ามาหาเรา แล้วก็เล่าเรื่องทั้งหลายที่เกิดขึ้นซึ่งสุดแสนจะซับซ้อนและเต็มไปด้วยความไร้จิตสำนึก ผมฟังไปน้ำตาคลอตามลุงไป ลุงแนะนำตัวเองว่าชื่อลุงตุ้ย อยู่ที่นี่มาก็ย่างยี่สิบเอ็ดปีแล้ว 

     แต่ก่อนที่นี่มีของเยอะกว่านี้ มีทั้งขบวนรถพระที่นั่งของรัชกาลที่ห้า ทั้งหีบเหล็กบรรจุเงินค่าโดยสารนับร้อยใบ ซึ่งต่อมาภายในหีบถูกใช้เก็บเม็ดกระดุม ที่ทรงพระราชทานแก่พนักงานรถไฟที่มีผลงานในอดีต แต่ปัจจุบันหีบเหล็กเหล่านั้นถูกทางการรถไฟยึดคืนไปและนำออกประมูลหมด เหลือเพียงใบเดียวที่คุณลุงเก็บไว้ได้ และถูกนำมาวางไว้ให้ให้ลูกหลานชมอยู่ที่นี่ ลุงตุ้ยเล่าให้ฟังเหมือนเป็นการระบายความในใจ ผมฟังทั้งเรื่องราวและน้ำเสียง ผมมองดูบทสัมภาษณ์ลงนิตยสารของคุณลุงบนบอร์ด ซึ่งมีรูปถ่ายคุณลุงสมัยยังเป็นหนุ่มๆแล้ว ก็เข้าใจถึงหัวอกผู้ที่รักและพยายามต่อสู้ปกป้องสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นพิเศษมาตลอดชีวิต ทั้งที่ไม่มีอำนาจ ไม่มีเรี่ยวแรงใดๆที่จะสามารถต่อกรกับอุปสรรคหรืออำนาจใดๆได้ ไม่ได้เป็นชายหนุ่มกำยำที่มีแรงกายและแรงใจเหมือนเมื่อก่อน ที่ทำอยู่ทุกวันนี้เพียงเพื่อพยายามรักษามรดกของชาติเหล่านี้ไว้ให้ได้นานที่สุดเท่านั้น แต่บัดนี้ชายชราตัวเล็กๆที่เรี่ยวแรงและกำลังใจโดนบดขยี้จากผู้มีอำนาจ ที่ไม่รู้คุณของมรดกไทย ทำให้คนที่พยายามเก็บอนุรักษ์มรดกของลูกของหลานชาวสยามถึงกับเอ่ยปากว่า “ลุงเหนื่อยแล้ว แก่แล้ว ไม่รู้จะสู้ได้อีกนานแค่ไหน…..”

   หากเราคนไทย ที่ยังมีเรี่ยวแรงที่จะสู้และทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ที่ปากบอกกล่าว ที่ใจบอกกล่าว ว่ารักชาตินี้ไม่แพ้ใคร ยังมองเห็นคุณค่าของมรดกทางประวัติศาสตร์ของชาติไทยชาติสยามแล้ว คงจะไม่ปล่อยให้เรื่องราวเหล่านี้เป็นแค่เพียงลมผ่าน เมื่อรับรู้แล้วก็ทำเพียงแค่รู้สึกอาลัยอาวรณ์ ทำได้เพียงแค่นึกคิดอยู่ในอก ว่าขอเป็นกำลังใจ แต่ไม่ลงมือกระทำการใดๆ ก็ทำกับว่าเรานั้นเป็นส่วนหนึ่งของวัฎกงจักรที่ลากล้อทับรอยประวัติศาสตร์ของตนจนไม่เหลือเส้นทางที่จะกลับสู่มาตุภูมิของตน คงจะหลงวกวนกับเส้นทางใหม่ไปเรื่อย วนหลงลึกเข้าไป หลงจมเข้าไป และไม่มีวันได้กลับบ้านอีกแน่นอน

     ผมเองก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก เหมือนคนอื่นๆ แต่ขออาสาจะเป็นกระบอกเสียงให้กับชายผู้หนึ่งซึ่งง่วนอยู่กับการดูแลรักษามรดกทางประวัติศาสตร์ ผู้ใดที่เข้ามาอ่านเรื่องราวเหล่านี้ หากเป็นคนไทยอย่างน้อย ขอให้ช่วยกันบอกต่อถึงสถานที่ที่เก็บรักษามรดกทางประวัติศาสตร์ไทยไว้ ให้เข้าไปดูไปชมกันเยอะๆก่อนที่จะไม่มีให้ดูกันอีก และแวะเข้าไปให้กำลังใจคุณลุงตุ้ยได้ก็จะดีมากครับ เพื่อให้คุณลุงยืนสู้ต่อไป เพราะคุณลุงดูเหนื่อยมากครับ หรือถ้าช่วยอะไรลุงตุ้ยหรือเรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้แล้ว ก็ขอให้เกิดความตระหนักและจิตสำนึกที่ดีแก่ประเทศชาติช่วยกันหวงแหนมรดกทั้งทางวัตถุและทางวัฒนธรรมของชาติเรา อย่าให้สูญหายหรือตายจากไปด้วยน้ำมือของใครอีกเลย โดยเฉพาะด้วยน้ำมือคนไทย  ด้วยกันเอง...
 
.
.
.
.
 
 
ถ้าถามว่าผมคิดยังไงที่เอาเรื่องนี้มาโพส ผมคงตอบว่า"ผมคิดเหมือนกับเจ้าของกระทู้ครับ"
 
ส่วนตัวเองเคยแวะไปที่นั่นตั้งแต่ยังอยู่ประถมต้น แต่ดันไปถึงตอนมันปิดซะงั้น เลยทำได้แค่เดินดูรอบๆ แล้วก็ไม่ได้ไปอีก
 
ถึงจะรู้ว่าที่ทำอยู่นี้อาจจะช่วยอะไรไม่ได้เลย แต่ผมคงนั่งมองดูอยู่เฉยๆไม่ได้
 
ถ้าใครที่เป็นสมาชิกเว็บพันทิป และคิดแบบเดียวกับผม ก็ช่วยไปโหวตให้กระทู้ต้นทางด้วยนะครับ
 
และที่กระทู้ต้นทางนั้น ยังมีรูปประกอบอื่นๆอีกมาก อยากให้ทุกท่านเข้าไปดูครับ
 
สุดท้ายนี้ขอบอกว่า เสียดายครับ เสียดายมากๆ ถ้ามันจะต้องหายไปจริงๆ...
 
 
พบกันใหม่เอนทรี่หน้า สวัสดีครับ